[Fic] +++++ ขลาดรัก +++++ (YJ) Chapter 17
posted on 08 May 2011 15:39 by shiningstarFiction: + + + ข ล า ด รั ก + + +
Paring: Yoonho Jaejoong
Rating: PG 13 NC?
By Maymeme
Writer Status: ทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องคิดมาก แล้วสิ่งดีๆจะตามมา
Chapter 17
ลมหนาวพัดมาพาลให้คนที่เดินอยู่ข้างทางต้องกระชับเสื้อแขนยาวตัวหนาให้แน่นขึ้น มือข้างหนึ่งยื่นไปจับคนข้างกายก่อนจะกระชับมือกันและกันให้พร้อมเดินไปด้วยกัน
ลมหนาวอาจจะทำให้ใครต่อหลายคนต้องรีบเร่งกลับไปยังห้องนอนอุ่นๆของตัวเอง เสียงหวีดหวิวยามที่ใบไม้ลู่ลมนั้นอาจทำให้บางคนจินตนาการถึงหนังสยองขวัญอยู่ก็เป็นได้
แต่สำหรับคนที่มองออกมานอกกระจกอย่างเรื่อยเปื่อยก็คงไม่รู้สึกอะไร นั่นสินะ ก็ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในรถคันหรูที่มีสารถีหน้าหล่อคมเข้มแต่บังเอิญหน้าผากกว้างไปหน่อยเป็นคนขับรถให้
“นายว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันรึเปล่า?”
“สองคนไหน?”
“สองคนที่เดินจับมือกันอยู่นั่นไง” มือเล็กชี้ไปยังหญิงชายคู่หนึ่งที่เดินจับมือเคียงกันไปโดยที่ฝ่ายหญิงนั้นได้ซบศีรษะลงบนบ่าแกร่งของชายหนุ่มข้างกายกัน
แต่สำหรับคนที่ทำหน้าที่ขับรถมองแต่ทางข้างหน้า แต่ก็คอยเหลือบมามองคนข้างกายบ้างเป็นพักๆไม่ได้มองทางไหนเลยก็คงจะเห็นอยู่หรอกนะ
“ไหน? ไม่เห็นเลย”
“มัวทำอะไรอยู่ล่ะ...เดินจับมือออกจะชัดซะขนาดนั้น”
“ก็ขับรถไง”
“ขับรถแล้วมองไม่ได้รึไง?”
“เอ่อ...” ปาร์คงงครับ
“ว่าไง?”
ปากอิ่มของคนขับรถขมุบขมิบเป็นใจความได้ว่า ‘นั่งอยู่เฉยๆก็งานเข้าว่ะกรู’ ดวงตาคมเหลือบมองคนที่นั่งกอดอกหันมามองอย่างเอาเรื่องทั้งๆตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ก็แค่มองไอ้สองคนคู่นั้นไม่ทันตามที่คนตัวเล็กบอก แค่ไม่ได้มีสายตาไว้มองคนอื่นเท่านั้นเอง แค่นี้ปาร์คก็ผิดด้วย!~
“..........................”
“ก็...ก็ฉันมัวแต่ขับรถ...แล้วก็มองแต่จุนซูไง...”
“.........!?!?!........”
“ก็สำหรับฉันไม่มีใครสำคัญเท่าจุนซูอีกแล้ว...จะให้ฉันมองใครอื่นได้อีกล่ะ...หืม?”
“......เอ่อ.....”
“ว่ายังไงล่ะครับ...” ไม่พูดเปล่า มือแกร่งข้างหนึ่งละออกมาจากพวงมาลัยมากอบกุมมือเล็กของคนที่นั่งหน้าแดงเอาไว้อย่างอ่อนโยน ดวงตาเรียวเล็กนั้นหลบสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างสื่อความหมาย แต่ถ้าหากว่าจุนซูได้ยินความคิดที่อยู่ข้างในของยูชอนแล้วล่ะก็ จากที่นั่งเขินๆอาจจะเปลี่ยนมาเป็นชกหน้าคนข้างหน้านี้ซักทีก็เป็นได้
...เป็นไงล่ะ เป็นไงล่ะ! แบบนี้ปาร์คใช้กับสาวๆมาเยอะแล้วนะครับ เป็นใครไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
...แต่ยังไงผมก็รักจุนซูคนเดียวจริงๆนะ!...
“ข...ขับรถไปเลยไป...มองหน้าฉันทำไม...มองถนนนู่น...เดี๋ยวก็เซ่อซ่าขับไปชนคนอื่นหรอก” อ้อมแอ้มตอบออกมาแบบนี้ น่ารักจริงๆเลยนะจุนซูของฉัน
“ครับ...” ให้ตายสิ เสียงทุ้มนุ่มลึกแบบนี้ใครได้ฟังคงอยากจะลงไปกองแทบเท้าซะแล้วสิ แม้แต่คิมจุนซูเองก็ยังหวั่นไหวเลย
“มือน่ะ...ม...ไม่ต้องจับก็ได้...เดี๋ยวขับรถไม่ถนัด” ทำไมเสียงเรามันสั่นแบบนี้นะจุนซู ฮึ่ย!~ ทำไมต้องหวั่นไหวด้วยเนี่ย
“จับไว้แบบนี้แหละดีแล้ว...อุ่นดี” ไม่รู้ว่าเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างปาร์คยูชอนรึเปล่า แค่ได้ยินเสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยออกมา คิมจุนซูจึงได้แต่พยักหน้าเบาๆแล้วก็นั่งก้มหน้านิ่งคอยเหลือบมองมือที่กอบกุมกันอยู่เป็นพักๆ
...แต่จะว่าไป แบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกันนะ...
การหมุนของล้อรถค่อยๆช้าลงเมื่อถึงที่หมายปลายทาง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กรู้เลยว่าตอนนี้ได้มาถึงที่พักของตัวเองเรียบร้อยแล้ว มือที่บีบเบาๆต่างหากที่ทำให้คิมจุนซูได้รู้ตัว
ใบหน้าน่ารักเงยมองไปรอบๆก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถึงหอพักแล้ว ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมามองคนข้างกายเมื่อต้องการจะเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท แต่จุนซูก็ต้องหลบตาอีกครั้งเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่จ้องมองมาอย่างสื่อความหมาย
“ถึงแล้ว...จะลงรถแล้ว...ปล่อยสิ” มือเล็กค่อยๆดึงตัวเองออกมาแผ่วเบา แต่มันก็ยากเสียจริงเมื่อยังมีอีกมือหนึ่งที่กุมไว้แน่นเสียขนาดนี้
“จุนซู...”
“อะไร...”
“จุนซู...”
“..........................”
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจุนซูคือใบหน้าคมที่ค่อยๆโน้มมาใกล้ๆ จุนซูแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆของยูชอนในระยะประชิดเช่นนี้
“ขอจูบได้ไหม...”
ริมฝีปากอิ่มที่อยู่ห่างจากริมฝีปากเล็กเพียงไม่กี่เซ็นกระซิบแผ่วเบา ดวงตาที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้งทำให้จุนซูเผลอพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว เปลือกตาบางปรือลงช้าๆพร้อมกับใบหน้าคมที่แนบชิดยิ่งขึ้นเมื่อริมฝีปากของทั้งสองไร้ซึ่งอากาศกลั้น
สัมผัสเนิบนาบในคราแรกนั้นเปลี่ยนเป็นรุกล้ำและร้อนแรงยิ่งขึ้นจนคนตัวเล็กต้องยกมือขึ้นมาคล้องคออีกคนที่มือไวเอนเบาะของจุนซูให้นาบลงไป เสียงอืออามีออกมายามที่ทั้งสองต่างเปลี่ยนมุมให้แก่กันและกัน มือเล็กจิกลงที่เส้นผมของยูชอนจนคนตัวโตกว่าต้องแอบนิ่วหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มเอิบผละออกมาเมื่อรู้สึกว่าคนด้านใต้เริ่มขาดอากาศหายใจ
แต่ยูชอนก็ปล่อยให้จุนซูได้พักหายใจได้เพียงไม่นาน ริมฝีปากอิ่มตามลงไปทาบทับปากเล็กที่ดูอวบอิ่มจากรสจูบอีกครั้งอย่างโหยหาในรสสัมผัส ใช่ว่าเขากับจุนซูจะไม่เคยจูบกัน แต่อาจเรียกได้ว่านี่เป็นดีฟคิสครั้งแรกของเขาและจุนซูก็ได้ เรียวลิ้นร้อนกวาดไปทั่วโพรงปากอย่างจาบจ้วงและช่วงชิงลมหายใจที่มีให้หมดลงไปช้าๆ
“แฮ่ก...จุนซู...”
ใช่เพียงแต่จุนซูคนเดียวเมื่อไหร่ที่แทบหมดลมหายใจกับรสจูบครั้งนี้ ยูชอนผละใบหน้าออกมาก่อนจะกดจูบลงไปบนหน้าผากมนของคนตัวเล็กแผ่วเบา ดวงตาคมจ้องมองดวงตาอีกคู่อย่างลึกซึ้ง
“พรุ่งนี้...พรุ่งนี้เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันนะ” ปากอิ่มกระซิบใกล้ชิดกับปากเล็กเป็นกระจับก่อนจะกดจูบลงไปแผ่วเบาแล้วผละออกมา และก็เป็นอีกครั้งที่จุนซูหลงใหลในสายตาคมคู่นี้จนเผลอพยักหน้าไปโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวฉันขึ้นไปส่งบนห้องนะ”
ยูชอนค่อยๆฉุดคนตัวเล็กขึ้นมานั่งให้เรียบร้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะจูงมือกันขึ้นไปบนห้องพักของจุนซู เชื่อว่าคืนนี้จุนซูต้องหลับฝันดีแน่ๆเมื่อสิ่งที่ได้รับก่อนคนตัวโตจะกลับไปคือคำอวยพรให้หลับฝันดีพร้อมกับจุมพิตที่ริมขมับแผ่วเบา
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอตกปากรับคำอะไรยูชอนออกไป คิมจุนซูก็แทบจะขย้ำคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดที่บังอาจมาใช้สายตาคู่นั้นสะกดคิมจุนซูได้จนอยู่หมัดแบบนี้
“ปาร์คยูชอน! ไอ้คนเจ้าเล่ห์!~ หลอกฉันไปต่างจังหวัดแบบนี้คงไม่ได้คิดจะแอ้มฉันใช่ไหม!” เพราะแค่นี้เขาก็เผลอใจให้กับยูชอนเข้าซะแล้ว
มือเล็กยกขึ้นมากุมหัวใจตัวเองที่มันเต้นกระหน่ำ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมา จู่ๆก็ต้องหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเผลอคิดไปว่าการไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันครั้งแรกแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองรึเปล่า แล้วยูชอนจะทำ...แบบนั้น...กับเขาจริงๆไหม
“ฉันต้องเป็นบ้าแล้วแน่ๆ ไอ้หัวใจบ้านี่ก็หยุดเต้นซักที!~”
ศีรษะเล็กสะบัดไปมาก่อนจะรื้อเอากระเป๋าพร้อมเสื้อผ้ามาจัดให้เรียบร้อย มือเล็กหยิบเอาชั้นในตัวเล็กขึ้นมามองอย่างสื่อความหมายก่อนจะยกยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง
“เอาตัวที่เพิ่งซื้อมาใหม่ดีกว่า”
...สาบานได้เลยว่าคิมจุนซูไม่ได้คิดอะไรจริงๆ!...
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
...สาบานได้เลยว่าชองยุนโฮตั้งใจจะคุยกับแจจุงจริงๆ...
...แต่ไม่ใช่ตอนนี้...
...มั้ง...
“อือ...อย่า...อย่าเพิ่ง...ฮะ...”
มือบางที่ไร้ซึ่งเรียวแรงค่อยๆดันใบหน้าคมที่ซุกไซร้บนซอกคอขาวออก แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไร ใบหน้าคมยังคงสูดดมกลิ่นหอมไปทั่วก่อนจะดูดเม้มสร้างรอยสีแดงที่หากผ่านไปซักวันสองวันคงเป็นรอยแดงช้ำขึ้นมาให้คนได้เห็นกัน
ทันทีที่เข้ามาในห้องพักได้ไม่ทันไร จู่ๆคนที่เดินกุมมือกันมานั้นก็ดึงรั้งคนตัวบางเข้ามาก่อนจะมอบจูบดูดดื่มร้อนแรงให้จนแจจุงต้องตกใจในคราแรก แต่สุดท้ายก็คล้อยตามไปอยู่ดี นั่นสินะ แจจุงรู้สึกคล้อยตามยุนโฮจนกระทั่งแผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเตียงนอนเข้าแล้วสิ
ใบหน้าหวานถึงกับขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงฟันคมที่กัดลงบนซอกคอขาวอีกด้านหนึ่ง เชื่อได้เลยว่าต้องเป็นรอยให้ใครต่อใครได้เห็นชัดอย่างแน่นอน เรียวลิ้นร้อนที่กวาดไปทั่วลำคอขาวนั้นทำเอาแจจุงถึงกับขนลุกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ มือหนาที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆเอวบางนั้นค่อยๆปลดเอาเข็มขัดออกยามที่แจจุงนั้นยังไม่รู้ตัว จะมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่กางเกงที่ใส่อยู่มันเลื่อนลงไปถึงข้อเท้าทั้งสองข้างนั้นแล้ว
แจจุงมองหน้ายุนโฮอย่างตกใจ แต่ก็ต้องถูกสะกดด้วยสายตาคมร้อนแรงอีกครั้ง เท้าทั้งสองข้างค่อยๆเขี่ยเอากางเกงที่ดูจะไม่สำคัญเสียแล้วให้ตกลงไปข้างเตียง ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลังจะจบด้วยเรื่องอย่างว่าเหมือนกับที่เคยทำบ่อยๆเสียแล้วถ้าหากแจจุงไม่คิดได้ว่ามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นที่ยุนโฮต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ
“คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
จู่ๆเสียงหวานก็ดูแข็งขึ้นมาพร้อมกับมือบางที่ดันใบหน้าคมออกมาจากแผ่นอกบางที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุม ยุนโฮจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่พอเจอเข้ากับดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสๆที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อแล้วเขาก็พร้อมที่จะหยุดทุกอย่างตามที่แจจุงขอมา
“คือ...ถ้าแจจุงไม่...เอ่อ...ฉันขอโทษนะ”
“ไม่ใช่...ไม่ใช่...”
ใบหน้าหวานส่ายไปมาเบาๆก่อนที่มือบางข้างหนึ่งจะยกขึ้นมาลูบลงบนแก้มกร้านแผ่วเบา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนจะฉุดรั้งแจจุงขึ้นมาแล้วคลุมด้วยผ้าห่มหนาเมื่อตอนนี้แจจุงอยู่ในสภาพที่อาจทำให้เขาอดใจไม่ไหวก็เป็นได้ ยุนโฮเอาผ้าห่มห่อแจจุงทั้งตัวจนคล้ายกับตุ๊กตาหิมะก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งซ้อนหลังแล้วโอบกอดเอาไว้
“คุณยุนโฮ...”
ใบหน้าหวานหันไปมองใบหน้าด้านข้างของคนที่วางคางเรียวไว้บนไหล่มนที่พ้นออกมาจากผ้าห่มเล็กน้อย ดวงตาคมลืมตาขึ้นมามองก่อนจะยกยิ้มให้บางเบา
“ว่าไงหืม? ฉันกอดแบบนี้อุ่นไหม” มือหนากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะสูดดมความหอมจากแก้มนิ่มจนศีรษะทุยต้องไหวเอน
“อุ่นสิฮะ...อุ่นมากๆเลย”
จมูกโด่งรั้งฝังลงไปบนแก้มสากเช่นกัน ทั้งสองยิ้มให้กัน ดวงตาอบอุ่นลึกซึ้งกำลังถ่ายทอดเอาซึ่งความรักความห่วงใยทั้งหมดให้แก่กันและกัน ไม่ต้องถามว่าระหว่างยุนโฮกับแจจุงใครรักใครมากกว่ากัน รู้แค่เพียงทั้งสองคนรักกันก็พอแล้ว
“คุณยุนโฮ...”
“หืม?”
“คุณบอกจะเล่าให้แจจุงฟังไงฮะ”
“..........................”
“เรื่องทุกอย่าง”
“นั่นสินะ...”
“แล้ว”
“ก็กำลังจะเล่าอยู่นี่ไง” อ้อมแขนแกร่งกระชับตุ๊กตาหน้าหวานที่โดนห่อด้วยผ้าห่มผืนหนา แต่ก็คงไม่อุ่นเท่าอ้อมแขนนี้ ยุนโฮโยกตัวแจจุงพอเรียกเสียงหัวเราะเบาๆก่อนจะหยุดแล้วเล่าเรื่องที่ตั้งใจจะเล่าให้แจจุงฟังตั้งแต่แรก
“เมื่อก่อน...ก่อนหน้าที่ฉันจะคบกับแจจุง...มันก็นานมากแล้วล่ะ...นานจนฉันแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าฉันเคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนด้วยหรอ? ฉันเคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่งเธอชื่อจีฮยอน...เราคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วล่ะ...พอเรียนจบแล้วฉันก็ตั้งใจว่าจะขอเธอแต่งงาน...เพราะฉันรักเธอมากเหลือเกิน”
รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าหวาน แต่หากว่ารอยยิ้มนั้นกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่มาจากความเศร้าใจ แค่ได้ยินยุนโฮบอกว่ารักคนอื่น ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวในอดีตแต่มันก็ทำให้แจจุงยังอดคิดไม่ได้ว่ายุนโฮนั้นยังมีใจให้กับเธอ เขากลายเป็นคนนิสัยไม่ดีจริงๆแล้วสินะ แจจุงแค่อยากให้ยุนโฮรักแจจุงแค่คนเดียว ไม่อยากได้ยินเสียงยุนโฮบอกว่ารักคนอื่น
...นิสัยไม่ดีจริงๆนะเรา...
“แต่แล้วบริษัทของฉันก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่...มันใหญ่มากเสียจนฉันแทบคุมอะไรไม่อยู่แล้ว...น่าสมเพชจริงๆ ทั้งๆที่ฉันกำลังจะขอเธอแต่งงานอยู่แท้ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะหมดสิ้นไป...ตอนนั้นคุณแม่ของฉันเสีย...คุณพ่อก็เสียใจมาก...ฉันเองก็ไม่อยากให้คุณพ่อมายุ่งกับเรื่องบริษัทเท่าไหร่เพราะท่านก็อายุมากแล้ว...ปัญหาทุกอย่างในบริษัทฉันต้องคุมด้วยตัวเอง...มันหนักมากๆเลยนะช่วงนั้น...และก็เป็นช่วงนั้นนั่นเองที่เธอเข้ามาบอกเลิกฉัน...มาบอกว่าฉันเป็นผู้ชายหน้าโง่คนหนึ่ง...มันน่าเสียใจไหมล่ะ? ทั้งคุณแม่ ทั้งคนรัก ทั้งบริษัทที่กำลังจะล้ม...เหอะ”
“ฉันเสียใจมากๆ ทั้งๆที่ฉันต้องการคนที่เป็นกำลังใจ...คอยอยู่เคียงข้างยามที่ฉันล้มแท้ๆ สุดท้ายแล้ว ความรักที่เธอให้ฉันมาก็กลายเป็นแค่เรื่องหลอกลวง...ฉันต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้...ในตอนนั้นคนที่คอยให้กำลังใจฉันคือคุณพ่อและก็ยูชอน...ความจริงยูชอนเสนอที่จะช่วยเรื่องเงินทุนแล้วนะ...แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าโชคดีเสียมากกว่าที่บริษัทคู่ค้าทางญี่ปุ่นยอมให้โอกาสบริษัทเราอีกครั้ง...จนถึงตอนนี้...เราก็สามารถหยัดยืนได้ด้วยตัวเอง...”
“ผ่านจากเวลานั้นมาได้สองปี...จู่ๆบริษัทของเราก็ได้ต้อนรับพนักงานใหม่ที่ทำตัวซุ่มซ่ามมากๆคนหนึ่ง...ความน่ารักสดใสของเขาทำให้ฉันต้องถึงกับหยุดมองเลยล่ะ”
“เอ่อ...แจจุงไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับ...”
“นี่...อย่าเพิ่งขัดสิ...ฉันยังเล่าไม่จบเลยนะ...ขัดผู้ใหญ่เสียมารยาท” ยุนโฮยกมือขึ้นมาเขกลงไปบนศีรษะทุยแผ่วเบาแต่นั่นก็เรียกค้อนงามๆจากคนในอ้อมกอดได้เป็นอย่างดี
“เขาคนนั้นน่ารักสดใสมากๆเลยนะ...น่ารักฉันแทบจะละสายตาไปไหนไม่ได้เลยล่ะ...น่ารักเสียจนฉันอยากจะ...”
ฟอดดดด...
“เห?” ดวงตากลมโตเบิกมองอย่างตกใจ ทั้งปากทั้งจมูกที่หอมลงมาทำเอาแจจุงตัวโยกจนตั้งตัวไม่อยู่
“อยากจะหอมแก้มใจจะขาดเลยล่ะ” ว่าแล้วก็ทำเนียนเล่าเรื่องต่อโดยไม่สนใจใบหน้าหวานที่ส่งค้อนให้เป็นระยะ
“ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา...ฉันรู้แต่ว่า...ฉันอยากกอด...อยากหอม...อยาก...จูบ...เขาจริงๆ จนวันหนึ่งฉันก็มีโอกาสได้จูบกับเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ...คิดแล้วก็ตลกดีนะ...ใครที่ไหนก็ไม่รู้...วิ่งมาแต่ไกลเข้ามาในลิฟต์ ทั้งๆที่ลิฟต์ก็บอกอยู่แล้วว่าสำหรับผู้บริหาร...แต่พนักงานคนนั้นกลับไม่สนใจวิ่งเข้ามา สะดุดขาตัวเองแล้วก็จูบฉันเฉยเลย...น่าตลกจริงๆ ฮ่าๆๆๆ”
แจจุงหันหน้ามองยุนโฮอย่างเคืองๆ ริมฝีปากอิ่มบ่นเบาๆแต่ก็ดังพอที่ยุนโฮจะได้ยินว่า ‘ไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลย!’ ยุนโฮมองอย่างขำๆก่อนจะเล่าเรื่องต่อโดยไม่สนใจคนที่ทำปากยื่นได้อย่างน่าหมั่นเขี้ยวเสียจริง
“หลังจากนั้นฉันก็ได้จูบกับเขาอีกครั้งตอนเย็น...ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฝนตกด้วยล่ะ...และฉันก็จำได้ด้วยว่าฉันได้ไปส่งเขาถึงที่พักด้วยนะ...หลังจากนั้นฉันก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเขาบ่อยๆ จนมาวันหนึ่ง ฉันได้ทำสิ่งที่โหดร้ายลงไปกับเขา...แจจุงรู้ไหม...วันนั้นฉันฉีกชิ้นงานที่เขาตั้งใจทำต่อหน้าเขาและต่อหน้าพนักงานคนอื่น...ฉันมันแย่ไหมล่ะ?”
ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกถึงวันนั้น วันที่เขาต้องไปนั่งร้องไห้อยู่ที่บันไดหนีไฟเพียงลำพัง วันนั้น วันที่เหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนเมื่อยุนโฮเดินเข้ามาหา และพวกเขาก็ทะเลาะกัน
...วันที่เป็นจุดเปลี่ยนสินะ...
“ฉันได้มานั่งทบทวนทุกอย่างแล้วว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกคือยังไงกันแน่...ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังจะตกหลุมรักเขาคนนั้นขึ้นมาซะแล้วสิ...แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกไปว่าฉันรู้สึกยังไง...สิ่งที่ฉันทำให้เขาเห็นคือความโหดร้าย...ความใจดำ...คำพูดส่อเสียดที่แม้แต่ฉันเองก็ยังรู้สึกแย่เมื่อได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป...ฉันมันขี้ขลาด...แค่การแสดงว่ารักใครซักคนยังทำไม่ได้...ซ้ำยังทำร้ายคนที่ตัวเองรักครั้งแล้วครั้งเล่า...ฉันมันแย่สุดเลยล่ะ”
“ไม่หรอกฮะ”
เสียงหวานเอ่ยออกมาก่อนที่แจจุงจะแกะตัวเองออกมาจากผ้าห่มผืนหนา แจจุงปล่อยให้ผ้าห่มล่นลงมาที่เอวก่อนจะโอบกอดคนตัวโตเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงตัดพ้อต่อว่าตัวเองของยุนโฮ
“ฉันทำให้แจจุงต้องร้องไห้”
“คุณมีเหตุผลของคุณ...แจจุงเข้าใจฮะ”
ใช่แล้ว...ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลเป็นของตัวเอง อดีตที่เลวร้ายคือสิ่งที่คอยทำร้ายยุนโฮเองสินะ เพราะมันเป็นสิ่งที่คอยทำร้ายจิตใจยุนโฮอยู่เรื่อยมานั่นเอง
...ที่จริงแล้วยุนโฮเป็นผู้ชายที่ดีมากต่างหากล่ะ...
...ยุนโฮเป็นผู้ชายที่คู่ควรกับใครอีกหลายคน...
...ที่ไม่ใช่เขา...
น่าแปลกที่จู่ๆความรู้สึกกลัวของแจจุงก็เกิดขึ้นมา กลัวว่าถ้าหากวันหนึ่งยุนโฮได้เจอคนที่ดีกว่าเขา เจอคนที่คู่ควรและเหมาะสมกว่าเขา วันนั้นแจจุงจะถูกทิ้งเหมือนกับที่ยุนโฮเคยถูกกระทำไหมนะ ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าความรู้สึกแบบนี้ของเขาจะหมดไป แต่เปล่าเลย มันยังคงค้างคาอยู่ในใจแจจุงเสมอมา
...หรือแจจุงจะเป็นอีกคนที่ขี้ขลาดกันแน่นะ...
...ขลาดที่จะรักใครอีกคนที่อยู่สูงกว่า...
แจจุงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น จมูกโด่งรั้งสูดความหอมจางๆจากซอกคอของชายหนุ่มคนรัก ไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องรู้สึกแบบนั้น แค่ตอนนี้เขาได้รับความรักจากผู้ชายคนนี้ก็เพียงพอแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าก็ปล่อยให้มันเป็นไป
...ขอแค่ทำทุกวันนี้ให้มีความสุขก็พอแล้ว...
ปากอิ่มกดจูบลงบนลำคอขาวแผ่วเบาก่อนจะลากสัมผัสไปทั่วจนคนตัวโตกว่าอดที่จะส่งเสียงครางออกมาเบาๆไม่ได้ ฟันคมกัดลงบนริมใบหูก่อนจะขบเม้มตามไรผมอ่อนจนอีกคนต้องส่งมือหนาล้วงเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวบางที่เริ่มจะหลุดลุ่ยแล้ว
“แจจุง...น...นี่คิดจะยั่วฉันรึไง...หืม?”
ดวงตาคมปรือปรอยมองคนที่ส่งยิ้มหวานให้อย่างยั่วยวน มือบางค่อยๆแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดช้าๆจนเผยให้เห็นอกแกร่งพร้อมกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงสมชายชาตรี ฝ่ามือบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกแกร่งก่อนจะช้อนสายตามองอีกคนอย่างยั่วยวน ปากอิ่มยกยิ้มบางเบาแล้วกดจูบลงไปบนคางสากแนบชิด ริมฝีปากไร้ลงมาเรื่อยๆตามมือบางที่แหวกเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้หลุดออกไปจากไหล่แกร่ง ปากอิ่มยกยิ้มแล้วกดจูบลงพร้อมกับสร้างรอยสีแดงจางๆขึ้นมา
“เอาคืน...”
“อา...ยั่วกันชัดๆ”
ลำตัวหนาล้มลงตามแรงชักพาของคนด้านบน มือบางปลดเข็มขัดออกช้าๆก่อนจะดึงกางเกงขายาวให้หลุดพ้นออกไป ในตอนนี้ทั้งสองคนก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างจากกันเท่าใดนัก
“จะอยู่ข้างบนรึไง”
“แล้วชอบไหมล่ะฮะ”
“จัดหนักมาเลย”
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล สำหรับเรื่องราวที่ผ่านมาของยุนโฮแจจุงนั้นได้รับรู้มันแล้ว ถือว่าเป็นการตอบแทนคนตัวโตที่ทำตัวน่ารักที่ยอมเล่าเรื่องราวในอดีตให้เขาหายข้องใจไปได้ส่วนหนึ่งก็แล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องราวมันยังไม่จบ เขายังไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆผู้หญิงคนนั้นถึงกลับมา แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สนใจอะไรแล้วล่ะ เขาสนแค่ว่าขอแค่ได้มีความสุขกับคนที่รักคนนี้ก็เพียงพอ
“อือ...เบาๆ สิฮะ”
...ตกลงแล้วใครกันแน่ที่จัดหนักนะ?...
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
...โชคดีที่ใกล้หน้าหนาวแล้ว...
มือบางกระชับผ้าพันคอสีอ่อนให้พอบดบังร่องรอยอะไรบางอย่างที่ถูกฝากเอาไว้ รอยยิ้มหวานส่งไปทักทายพี่ๆร่วมแผนกทุกคนที่ส่งเสียงทักมาให้กัน
“อากาศก็ยังไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่นะแจจุง”
จียองที่เพิ่งเดินไปชงกาแฟมาเดินมาทักด้วยรอยยิ้มบางๆ แจจุงเพียงแค่ส่งยิ้มแหยๆไปให้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานที่ค้างไว้ของตัวเองให้เสร็จ เวลาล่วงเลยมาจนใกล้เที่ยงแล้ว พนักงานบางส่วนเริ่มทยอยกันออกไปหาอะไรทานตามเวลาที่กำหนดไว้ จนในตอนนี้เหลือแค่เพียงไม่กี่คนที่อยู่บนแผนกที่แจจุงทำงานอยู่
“เอ๋?”
พี่สาวคนสวยอุทานออกมาเบาๆแต่นั่นก็ดังพอที่แจจุงจะได้ยินและหันหน้าไปตามทิศทางที่จียองกำลังเพ่งมองอยู่ ด้านหน้านั้นคือหญิงสาวคุ้นตาคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม เธอเหลือบมาเห็นจียองและแจจุงที่นั่งมองอยู่จึงเดินเข้ามาทักทายเหมือนที่รู้จักกันมานาน
...ใช่ พวกเขารู้จักกันมานานแล้วสินะ...
“ว่าไงจียอง...ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ...วันงานฉันก็ไม่ได้ทักด้วยสิ...เป็นไง...สบายดีไหม?
แจจุงมองดูจีฮยอนที่ทักจียองอย่างคุ้นเคย ใบหน้าหวานเหลือบมองคนข้างๆที่ยิ้มตอบกลับอย่างมีมารยาทพร้อมกับคำตอบที่เอ่ยออกมาอย่างเป็นมิตร
“สบายดีค่ะ...คุณจีฮยอนคงสบายดีใช่ไหมคะ...แหม ยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ...เอ...ไม่สิ สวยกว่าเดิมอีกนะคะเนี่ย”
“นั่นสินะ...แล้วตอนนี้ยุนโฮอยู่ไหม?”
แจจุงรู้สึกถึงอาการกระตุกของหัวใจยามเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสวยของจีฮยอน ใบหน้าหวานเสหลบทำเป็นทำงานของตัวเองต่อเมื่อบังเอิญจีฮยอนหันหน้ามาสบตากับเขาอย่างตั้งใจ
“คือ...ตอนนี้คุณยุนโฮ”
และก็เหมือนว่าจียองจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้น เธอเหลือบมองแจจุงอย่างเห็นใจ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ถ้าเธอบอกไปว่าตอนนี้ยุนโฮยังอยู่ ไม่รู้ว่าคนข้างๆนี้จะรู้สึกยังไงบ้างนะ
“ว่ายังไงล่ะ...ตอนนี้ยุนโฮอยู่รึเปล่า...คิมแจจุง”
เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองอย่างไม่คาดคิด หน้าตาตกใจนั้นทำให้จีฮยอนอดที่จะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้ แต่ก็เป็นแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่จะได้เห็น
“เอ่อ...คือ...ผมก็ไม่ทราบฮะ...คงต้องถามเลขาที่อยู่หน้าห้องดีกว่าฮะ”
“อืม...หรอจ๊ะ...งั้นฉันไปก่อนนะ...แล้วเจอกันใหม่นะจียอง” เธอส่งยิ้มบางเบาให้ทั้งสองคนก่อนจะเดินไปยังทางเดินมุ่งสู่ห้องทำงานของรองประธานบริษัท
“แจจุง...”
เสียงเรียกด้านข้างเรียกให้ดวงหน้าหวานที่จดจ่ออยู่กับเส้นทางที่จีฮยอนเดินหายไปได้หันกลับมา แจจุงส่งยิ้มบางเบาให้จียองรู้ว่าเขาไม่เป็นไร แจจุงทำเป็นก้มหน้ากลับไปทำงานต่อทั้งๆที่มันก็ถึงเวลาพักกลางวันของเขาแล้ว ถ้าหากจะถามว่าทำไมเขาไม่ออกไปหาอะไรทานเหมือนคนอื่นๆล่ะ คำตอบมันก็คงอยู่ตรงคำพูดของท่านรองประธานเมื่อเช้านี้ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกจากห้องพักมาด้วยกัน
‘พอดีฉันไปเจอร้านอร่อยอยู่ร้านนึง...เดี๋ยวตอนเที่ยงฉันพาไปกินนะ’
แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้แจจุงยังจะได้รับสิทธิ์นั้นอยู่ไหมหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนร่วมทานข้าวกลางวันของยุนโฮจะเปลี่ยนคนเสียแล้วสิ
“แจจุง”
“ฮะ...เห?”
ตอนแรกที่ได้ยินเสียงเขานึกว่าเป็นเสียงเรียกของจียองที่นั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆกัน แต่พอเห็นใบหน้าบุ้ยใบ้ให้มองไปอีกทางแจจุงก็ต้องเข้าใจว่าเสียงเรียกเมื่อสักครู่นี้เป็นของใคร
ชองยุนโฮยืนส่งรอยยิ้มให้อยู่ข้างหน้าโดยที่ด้านข้างกันนั้นมีจีฮยอนที่ยืนอยู่อย่างรักษาระยะห่างส่งยิ้มมาให้ด้วยเช่นกัน
“เที่ยงแล้ว...ไปทานข้าวกันเถอะ”
ชองยุนโฮยังเป็นผู้ชายคนเดิมที่รักคิมแจจุงเหมือนเดิม รอยยิ้มที่ส่งมาให้นั้นตีความได้อย่างเดียวว่ารักคนตัวบางตรงหน้านี้มากมายแค่ไหน มือหนาถือวิสาสะเอื้อมมาหยิบกระเป๋าใบเก่งของแจจุงก่อนจะตีหน้าดุแกล้งแจจุงให้รีบลุกขึ้นมาเสียที
“เอ่อ...แล้ว...” ดวงตากลมโตเหลือบไปมองจีฮยอนอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ดูไม่เป็นการเสียมารยาทมากนัก
“วันนี้ขอทานข้าวเที่ยงด้วยคนนะจ๊ะแจจุง...เดี๋ยวฉันไปรอที่รถนะคะยุนโฮ” จีฮยอนส่งยิ้มออกบางเบาออกมาก่อนจะเดินออกไปก่อน
“ปะ...ไปกันเถอะ” มือหนาคว้ามือบางมาไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินไปด้วยกัน แรงขืนที่มือนั้นทำให้ยุนโฮต้องหยุดชะงักเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
“ผม...ผมไม่เข้าใจ”
“ไปเถอะ...แล้วจะเข้าใจ”
เสียงพูดคุยหายไปพร้อมกับยุนโฮและแจจุงที่หายเข้าไปในลิฟต์ จียองชะเง้อคอมองตามอย่างห่วงใยเพราะดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกัน เพราะจู่ๆจีฮยอนที่เคยรู้จักกับจียองสมัยที่ยังคบกับยุนโฮอยู่ๆก็กลับมาที่นี่อีกครั้งทั้งๆที่ตอนนี้สถานะของเธอและยุนโฮก็เปลี่ยนไปแล้ว
จียองถอนหายใจเบาๆก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง เธอเองก็ควรจะไปทานข้าวเที่ยงเสียทีสินะ
“ว้าย!~”
ใครจะไปรู้ว่าพอหันหน้ามาแล้วจะพบกับใครอีกคนที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ จียองเอามือทาบลงบนหน้าอกเพื่อปกปิดเสียงหัวใจที่มันเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นเสียจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“อะไรของเธอ?” ฮยอนจุงยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นมาดู
“ตกใจหมดเลย”
“มันเที่ยงกว่าแล้วไม่ใช่หรอ?”
“ทีหลังมาให้สุ้มให้เสียงบ้างสิ”
“ไม่ไปกินข้าวหรือไง?”
“นี่! นายฟังฉันอยู่ไหมห๊า?”
“ถ้าไม่รีบไปตอนนี้เดี๋ยวหมดเวลาพักก่อนนะ”
“คิมฮยอนจุง!”
“พูดมากจริงๆ งานน่ะค่อยกลับมาทำก็ได้...ไปๆ ไปกินข้าวเที่ยงได้แล้ว” ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะจูงมือจียองให้เดินออกไปด้วยกัน
“นี่นาย...”
“วันนี้กินอะไรดีน้า...”
ฮยอนจุงยังคงจูงมือจียองไปไม่ปล่อย ชายหนุ่มยังคงแอบยิ้มให้กับท่าทีของหญิงสาวที่ดูเหมือนไม่พอใจ แต่ลึกๆก็คงหวั่นไหวไปบ้างล่ะ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าล่ะว่ามีใครบางคนแอบมองเขามานานแล้ว ถ้าหากว่าเขาลองเปิดใจ ลองเปิดรับให้ใครอีกคนได้เข้ามา ระหว่างเขาและเธอต่อไปนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ
“ไม่ฟังกันเลยนะ”
ถึงจะบ่นไปแบบนั้น แต่จียองก็แอบอมยิ้มให้กับมืออุ่นที่กุมไม่ไปไหน เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าด้วยความรู้สึกมากมาย
...มือคู่นี้ทำไมช่างอุ่นเหลือเกินนะ...
...ทำไมหัวใจนี้ไม่หยุดเต้นซักที...
...กลัวอีกคนจะได้ยินเสียงหัวใจที่มันดังออกมา...
...เสียงที่มันร่ำร้องมานาน...
...ฉันรักนาย...
TBC.
จัดไปสามคู่ อิอิ
ประมาณสี่ห้าตอนเรื่องนี้ก็จะจบแล้วนะคะทุกคน เมจะพยายามมาอัพให้เร็วขึ้นนะคะ
ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ
Maymeme
PorLor :> TruE ColorS
YUNJAE Supporter♥•สนับสนุนยุนแจอย่างเป็นทางการ•♥